ความสำเร็จในการประสานงานการขายโครงการนครปฐม 1

วันนี้ C-13 ต้องให้กำลังใจในการทำงานเพื่อหารายได้ให้กับ กคช.ในโครงการบ้านเอื้ออาทรนครปฐม 1โครงการนี้ได้มีการเสนอเป็นโครงการเพื่อเป็นบ้านพักสวัสดิการสำหรับตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 176 หน่วย เป็นความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจระหว่างหน่วยงานและพนักงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ฝ่ายบริหารชุมชน 2 ฝ่ายการตลาดและขาย ศูนย์ซ่อมบำรุงฯ และฝ่ายกฏหมาย จากการประสานงานสานต่อเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนครึ่งเท่านั้นได้มีการลงนามอย่างเป็นทางการในสัญญาระหว่างสองหน่วยงานเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 C-13 ขอปรบมือให้ดัง ๆ เป็นการประสานงานร่วมกันผลงานสุดยอดอย่างที่เห็น และเชื่อแน่ว่าในการทำงานหากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจไม่ว่าจะอยู่ในหน่วยงานไหนมองถึงเป้าหมายร่วมกันเพื่อความสำเร็จเป็นหนึ่งเดียว กคช.อยู่รอดอย่างแน่นอน

FacebookTwitterGoogle+Share

สหภาพฯ ไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการปรับโครงสร้างองค์กร

เป็นเรื่องที่แปลกแต่เป็นความจริงในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ กคช.ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้สหภาพไม่เคยมีส่วนร่วมในการเข้ารับรู้และรับฟังในเรื่องเหล่านี้แม้แต่ครั้งเดียวทั้งที่เป็นเรื่องของส่งผลทั้งบวกและลบต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น C-13 ได้รับทราบด้วยแค่การแจ้งในที่ประชุมด้วยวาจาในคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์และไม่ได้มีการพูดคุยอะไรในเรื่องนี้แต่เกี่ยวโยงกับการช่วยเหลือลูกจ้างสหกรณ์บริการที่มีอายุงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปให้เป็นลูกจ้าง กคช.วันนี้คงต้องหวนย้อนถึงอดีตที่ผ่านมาในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรหลายรอบตอบโจทย์อะไรได้บ้างทำได้เป็นรูปธรรมคือการขยายฝ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับตำแหน่งและกระจุกตัวอยู่ที่สำนักงานใหญ่เป็นหลักนี่คือผลพวงจากการปรับโครงสร้างที่ผ่านมาที่สำคัญมีการจ้างบริษัทมาศึกษาในเรื่องนี้ใช้เงินแต่ละครั้งหลายล้านบาทผลคือไดด้แค่นี้หรือ C-13 มองว่าไหน ๆ ทราบข่าวเรื่องการปรับโครงสร้างใหม่คงต้องตอบโจทย์ที่สำคัญถึง (1) หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้ให้กับองค์กร เช่น ฝ่ายการตลาดและขาย ฝ่ายเคหะชุมชน เป็นหน่วยงานสำคัญมากการตลาดยังพอรับได้บ้างไม่ถึงกับการอัตตคัตแต่จากประสบการณ์ชีวิตจริงของ C-13 เดินสายไปพบพนักงานทุกแห่งทั่วประเทศกลับถูกกำหนดด้วยอัตรากำลังเพียงน้อยนิดต้องทำทุกเรื่องในคนเดียวกันวันนี้จึงขอฝากไว้ว่าต้องให้ความสำคัญหน่วยงานและอัตรากำลังภายนอกให้เพิ่มตามภาระกิจที่รับผิดชอบ รวมถึงความก้าวหน้าและผลตอบแทนที่มากกว่าพนักงานในสังกัดสำนักงานใหญ่ ไม่ใช่มีแค่ 2-3 คน ให้เลิกแนวคิดในเรื่องของจำนวนหน่วยเป็นตัวตั้งแล้วนำอัตราลงไปกำหนดต้องคำนึงถึงพื้นที่ในความรับผิดชอบในจังหวัดใกล้เคียงด้วย ผลกระทบในวันนี้เห็นได้ชัดได้รับการบรรจุไปประจำที่สำนักงานต่างจังหวัดเพื่อได้ตำแหน่งแต่ลึก ๆ แล้วให้ได้งานทำหรือเป็นแค่ทางผ่านยังไม่ทันอะไรวิ่งเต้นกันขอเข้ามาประจำอยู่ในส่วนกลางค่อนข้างมากยู่ที่ใครจะมีเส้นสายยิ่งใหญ่กว่ากัน ส่วนของฝ่ายโครงการ C-13 มองว่าสำคัญเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับภาระกิจชองงานแล้วยังไม่น่าเป็นห่วง (2) หน่วยงานที่เป็นงานสนับสนุนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหารายได้ในการเลี้ยงองค์กร ควรลดอัตรากำลังลงเพื่อนำส่วนนี้ออกไปเสริมงานในสำนักงานทุกแห่ง …ไหน ๆ ก็ไประดมความคิดเห็นกันอยู่ในขณะนี้ C-13 ฝากไปตามสายลมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องขอให้นำโจทย์ภาระกิจของหน่วยงานเป็นตัวตั้งเป็นหลักเลิกเกรงใจและการสร้างอาณาจักรหรือมีตำแหน่งในใจไว้ล่วงหน้าในการปรับโครงสร้างถ้าเป็นแบบนี้เท่ากับวนอยู่ในอ่างน้ำไม่มีอะไรเสียเวลาและไม่คุ้มกับการใช้งบประมาณหลายล้านในการศึกษาการปรับโครงสร้างจะมาต่อว่าสหภาพฯ กันไม่ได้เพราะไม่เคยได้รับเชิญและรับรู้ในเรื่องนี้แม้แต่ครั้งเดียวจริงหรือไม่ฝ่ายบริหารที่เคารพ….

FacebookTwitterGoogle+Share

ความคืบหน้าเรื่องบัญชีโครงสร้างเงินเดือน 35 รัฐวิสาหกิจ

This gallery contains 1 photo.

10884593_896343810405705_884036946_nสำหรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจกลุ่ม 3 จำนวน 35 รัฐวิสาหกิจ C-13 เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรับทราบจากสื่อภายนอกอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วในส่วนของสหภาพฯ ในฐานะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องนี้ก็ต้องแจ้งผ่านสื่อของสหภาพฯ อย่างเป็นทางการโดยสรุปของบัญชีโครงสร้างเงินเดือนกว่าจะได้ข้อยุติจาก 58 ขั้น คงเหลือ 53 ขั้นไม่ธรรมดาในบรรยากาศที่ประชุมแต่เดิมสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)ในที่ประชุมผู้นำสหภาพฯ ทุกแห่งมีมติร่วมกันว่าให้คงบัญชีโครงสร้าง 58 ขั้นตามเดิม และให้ใช้ขั้นเริ่มต้นที่ 9,040 เป็นขั้นที่ 11 ของบัญชี 58 ขั้น ส่วนขั้นที่ 1-10 นำมาต่อยอดให้กับแต่ละระดับในการเลื่อนขั้นเงินเดือนเพื่อช่วยเหลือในเรื่องเงินเดือนตันแต่ในมุมมองของผู้แทนกระทรวงการคลัง(สคร)ในคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ถึงแม้เป็นเพียง 1 เสียงในที่ประชุมไม่ยอมโดยมองว่าหากเป็นเช่นนั้นในภาพรวมต้องใช้เงินมากมายจึงต้องหาทางออกในเรื่องนี้หากยืดเยื้อต้องเสียเวลาออกไปอีกเนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้หมดวาระลงในเดือนธันวาคมจึงมีมติให้เหลือ 53 ขั้น โดยขั้นแรกเริ่มต้นที่ 9,040 บาท และขั้นที่ 53 เป็นขั้นสูงสุด 142,830 บาท และให้มีผลย้อนหลังในเดือนกันยายน 2557 เพื่อพนักงานรัฐวิสาหกิจจะได้ไม่เสียสิทธิ์ภายหลังจากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ในขั้นตอนการดำเนินการก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมซุปเปอร์บอร์ดซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ประชุมเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นขอบ C-13 ขอใช้คำว่าในเบื้องต้นโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างเงินเดือนใหม่ 53 ขั้น และจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อไป เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วจะส่งเรื่องนี้กลับมาที่กระทรวงแรงงานฯ เพื่อจัดทำเป็นประกาศอย่างเป็นทางการและแจ้งให้รัฐวิสาหกิจจำนวน 35 แห่งดำเนินการอย่างเป็นทางการต่อไป สำหรับเรื่องขั้นเงินดือนในรายละเอียดขั้นตันอย่างไรแต่ละแห่งกำหนดเพดานไม่เท่ากัน ในเรื่องนี้ C-13 จะติดตามอย่างใกล้ชิดในการร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส) วันที่ 29-30 นี้ต้องเดินทางไปร่วมประชุมร่วมกันในหลายรัฐวิสาหกิจ ณ ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีอีกหลายเรื่องที่จะต้องผลักดันร่วมกัน 

FacebookTwitterGoogle+Share

ทำแบบนี้ขวัญพนักงานกระเจิง

เสียงกระซิบมายัง C-13 เรื่องของการโยกย้ายพนักงานในขณะนี้สร้างความลำบากใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมากในขณะที่นโยบายหลักของ ผว.เน้นการสร้างขวัญและกำลังใจของพนักงานเป็นหลักเนื่องจากองค์กรจะก้าวหน้าไปได้ไม่ว่าระบบจะดีอย่างไรแต่หากบางฝ่ายใช้นโยบายที่สวนทางคงยากที่จะประสบความสำเร็จฝ่ายนี้เคยปั่นปวนมาครั้งหนึ่งแล้วโดยการออกคำสั่งภายในระดับรองฝ่ายและ ผอ.กองไม่ได้รับรู้อะไรเลยเพื่อความเหมาะสมวันนี้กลับเข้าสู่วงจรแบบเดิม ๆ อีกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่รับฟังใครเหมือนเดิม จริงอยู่ในเรื่องนี้สหภาพฯ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเพราะเป็นอำนาจของฝายบริหารแต่เมื่อพนักงานหลายคนบอกให้รับรู้ในเรื่องนี้คงจะเงียบเหมือนคลื่นกระทบฝั่งคงเป็นไปไม่ได้ในเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าสหภาพฯ ได้ยื่นเป็นข้อเรียกร้องประจำปี 2557 มีเรื่องให้นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อพนักงานไม่ใช่แค่สร้างภาพเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัดไม่ได้มองในแง่ลบแต่หลายฝ่ายยอมรับในเรื่องนี้ในทางปฏิบัติเป็นไปด้วยความลากลำบากเพราะการยึดเรื่องของความชอบเป็นส่วนตัว เพื่อความเหมาะสมแต่อธิบายไม่ได้ และสุดท้าย “ดวง”….”เด็กใคร…”วิ่งเต้น”….”ผลประโยชน์”…(ง) จึงขอให้ลองทบทวนดูและจะไม่บอกว่าเป็นฝ่ายไหนเชื่อว่าคงสืบค้นไม่ยากย้ายกันโดยอาศัยคำสั่งภายใน ผอ.ฝ่ายใครคัดค้านต้องเงียบอย่างเดียวเพราะ“คำว่าเจ้านาย”จะทำอย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ…คำสั่งหลัก กคช.ออกได้ไม่นานใช้วิธีการยืมตัวแบบใครก็ขัดไม่ได้ตกลงคำสั่งไหนใหญ่กว่ากันทำเพื่ออะไรเป็นคำถามหาคำตอบเอาเอง…..

FacebookTwitterGoogle+Share

เบื้องหลังการขัดขวางไม่ให้จดนิติบุคคล

จากการนำเสนอข่าวของ C-13 ในการขัดขวางไม่ให้จดนิติบุคคลอาคารชุดของบริษัทแห่งหนึ่งมีที่มาทึ่ไปหากทำสำเร็จเนื่องจากการจดนิติบุคคลครั้งแรกต้องมีลูกค้าไปโอนกรรมสิทธิ์ด้วย 1 ราย การเคหะแห่งชาติในฐานะเจ้าของโครงการ ผู้จัดการบริษัทบริหารโครงการ โดยการจดทะเบียนครั้งแรกจะมีเวลาอีกหกเดือนในการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้าเพื่อสามารถเข้ามามีสิทธิ์ในการออกเสียงหรือเลือกตั้งเป็นกรรมการนิติได้ในการจดนิติครั้งแรกคณะกรรมการจะมาจากพนักงานการเคหะแห่งชาติทั้งหมดและจะให้บริษัทเดิมบริหารต่ออีกหกเดือนแต่เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีใครเห็นด้วยเกิดปัญหาตลอดจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้ประกอบการรายใหม่บริหารงานเป็นอำนาจของ กคช.เมื่อเกิดปัญหาแลสหภาพเกาะติดเรื่องเหล่านี้เพราะ กคช.เสียประโยชน์ลูกบ้านเดือดร้อนจึงพยายามขัดขวางในสิ่งที่ไม่สมควรทำ เบื้องหลังทำอย่างไร C-13 เจาะลึกให้เห็นมีการส่งคนไปที่สำนักงานที่ดินถามผู้ติดต่องานทุกคนว่าเป็นลูกค้าการเคหะหรือไม่ในวันจดนิติต้องมีลูกค้าไปโอนกรรมสิทธิ์สองรายเพราะจดสองนิติปรากฏว่าเจอรายเดียวมาพร้อมกับแม่สิ่งที่ทำคือจ่ายเงินให้ 3000 บาทเพื่อให้กลับบ้านแต่โชคร้ายแม่รับเงินแทนและกลับบ้านส่วนลูกสาวคือเจ้าของหลบไปกินข้าวแล้วแอบมาพบพนักงานเพื่อจะโอนได้แถมยังมีเงินไม่พอจ่ายอีกก็ต้องออกให้ก่อนสุดยอดจริงๆ ส่วนรายที่สองไม่สามารถมาได้ติดงานด่วนเป็นพยาบาลการแก้ปัญหาโดยหัวหน้าสำนักงานลาดหลุมแก้วต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาลปทุมธานีเพื่อเซ็นต์เอกสารนึ่คือเบื้องหลังในการทำงานของพนักงานที่เกี่ยวข้องจนสามารถจดนิติบุบุคคลอาคารชุดเป็นผลสำเร็จ ส่วนการกระทำดังกล่าวเท่ากับการขุดหลุมฝังตัวเองอีกเรื่องการชอบอ้างรู้จักผู้บริหารสามารถเคลียปัญหาได้ก็อยากรู้เช่นกันว่าใครจะสามารถเคลียได้ในเรื่องนี้และขอให้ทุกฝ่ายนำมาเป็นบทเรัยนในการใช้วิชามารเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและต่อไปสมควรที่จะให้มารับจ้างบริหารงานอีกเช่นนั้นหรือ….

FacebookTwitterGoogle+Share

คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เดินหน้ามาตรการเยียวยา

IMG_187600160045919ในขณะที่บัญชีโครงสร้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจกลุ่ม 3 (รวม กคช.ด้วย) ยังค้างวาระการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่ปกติวิสัยในทุกครั้งสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจแตกต่างจากข้าราชการโดยสิ้นเชิงอย่า

งไรก็ตามสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)ได้เร่งทำงานในมาตรการการเยียวยากรณีวุฒิแรกเข้าจากนโยบายของรัฐบาลทำให้พนักงานที่ทำงานมาก่อนเสียเปรียบในส่วนของข้าราชการมีมาตรการรองรับชัดเจนด้วยความรวดเร็วเหมือนเดิมเพื่อให้การดำเนินการในเรื่องนี้สอดคล้องกับบัญชีโครงสร้างของพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับมาตรการเยียวยาคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ได้บรรจุเรื่องนี้เป็นวาระเพื่อพิจารณาในการประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 แนวทางการคำนวณตามตามรางที่แนบโดยมีเป้าหมายร่วมกันให้ทุกรัฐวิสาหกิจใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันเนื่องจากขณะนี้บางรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะในกลุ่มที่ 1 และ 2 ทำเรื่องนี้ล่วงหน้าไปแล้ว C-13 ให้ความรู้เพิ่มเติมสำหรับในส่วนของข้าราชการรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบในเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็วในมาตรการเยียวยาหลังจากมีการปรับเงินเดือนข้าราชการเมื่อปี พ.ศ.2555 หลังจากมีการใช้นโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท และวุฒิปริญญาตรีแรกเข้า 15,000 บาท ดังนี้:-

(1.) องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ มท.0809.5/ว.82 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ปรับเพิ่ม(ใช้แทนคำเยียวยา)ย้อนหลัง 1 มกราคม 2556 

(2.) พนักงานราชการ ที่ นร.1008.5/7 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 เรื่องการปรับค่าตอบแทนพนักงานราชการมีสูตรการคำนวณประกอบด้วย

      *  อัตราค่าตอบแทนใหม่=อัตราแรกบรรจุใหม่+เงินชดเชย (เงินชดเชย=อัตราชดเชย 0.67 คูณด้วย ค่าตอบแทนปัจจุบัน-อัตราแรกบรรจุเดิม)*

(3.) ข้าราชการ หนังสือที่ นร.1008.1/ว.20 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2555 เรื่องการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ กพ.รับรอง จะมีช่วงเงินเดือนและจำนวนที่ได้รับตามวุฒิใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 และ 1 มกราคม 2557

      *จากเอกสารอย่างเป็นทางการจะห็นได้ว่าในส่วนของข้าราชการรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบในการปรับเงินเดือนชดเชย(เยียวยา)มีผลย้อนหลังไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556*

ดังนั้นจากประสบการณ์อันยาวนานในทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนพักงานรัฐวิสาหกิจ C-13 บอกได้ว่าไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่ายหากไม่มีการรวมตัวกันระหว่างสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจด้วยกันในนาม “สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส)” มาตรการเยียวยาในครั้งนี้เริ่มช้ากว่าข้าราชการปีกว่าและยังไม่มีใครตอบได้หลังจากผ่านมติคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ชุดใหญ่แล้วจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีในช่วงไหนคงต้องติดตามกันต่อไปเนื่องจากตัวแปรสำคัญคือ สคร.(กระทรวงการคลัง)

FacebookTwitterGoogle+Share

การแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินคืนให้ลูกค้าล่าช้า

จากการที่มีลูกค้าได้ร้องเรียนมาที่สหภาพฯ ค่อนข้างมากในเรื่องของความล่าช้าในการจ่ายเงินคืนให้กรณีการยื่นกู้ธนาคารไม่ผ่านโดยกำหนดไว้ภายใน 90 วัน ในทางปฏิบัติจริงบางรายเกิน 90 วัน สหภาพฯ จึงได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์เมื่อวันที่  21 มกราคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์โดยฝ่ายบริหารได้แบ่งการทำงานเป็นส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในพื้นที่ส่วนกลางจะกำหนดระยะเวลาให้เร็วขึ้นไม่เกิน 45 วัน ส่วนสำนักงานในต่างจังหวัดยังคงกำหนดระยะเวลาภายใน 90 วัน ทั้งนี้เนื่องจากการจ่ายเงินคืนให้กับลูกค้าจะเกี่ยวข้องกับเอกสารแนบประกอบเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญในฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ สำหรับวิธีการปฏิบัติฝ่ายบริหารจะได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและถือปฏิบัติกันต่อไปเพื่อสร้างความประทับใจต่อลูกค้าในการให้บริการด้วยความรวดเร็ว C-13 ฝากไว้ว่าวันนี้หากเราไม่มีลูกค้า(ประชาชน)เราก็อยู่ไม่ได้มีทางเลือกมากมายจากเอกชนในการสร้างบ้านไม่ได้เป็นธุรกิจผูกขาดเหตุผลสำคัญที่ยังมีประชาชนสนใจโครงการของ กคช.เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐมีความมั่นใจว่าซื้อบ้านได้บ้านไม่ถูกโกงส่วนการให้บริการหลังการขายเป็นอีกประเด็นหนึ่งมีกิจกรรมเสริมอีกมากมายในโครงการภาคเอกชนจะไม่มีจากประสบการณ์ตรงในการขายโครงการลูกค้าของ กคช.เองเป็นผู้แนะนำให้มาซื้อโครงการค่อนข้างมากและสุดท้ายต้องขอบคุณลูกบ้านทุกท่านได้แจ้งข้อมูลให้กับสหภาพโดยตรงเพื่อร่วมกันหาทางออกในทุกเรื่องด้วยดีเสมอมาฝ่ายบริหารและสหภาพฯ เรายินดีที่จะรับฟังและร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

FacebookTwitterGoogle+Share

สถิติการเยี่ยมชม

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด : 16 ท่าน
ผู้เยี่ยมหน้านี้ : 16 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมในวันนี้ : 95 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด : 4713 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้: 2 ท่าน
โพสต์ที่มีผู้ชมสูงสุด : คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เดินหน้ามาตรการเยียวยา
เริ่มนับตั้งแต่ : ธันวาคม 25, 2014

ปฏิทิน

กุมภาพันธ์ 2015
พฤ อา
« ม.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728